ออกเช็คโดยเจตนาไม่ชำระเงินตั้งแต่ต้น ถูกลงโทษตามกฎหมายเช็คแล้ว ยังฟ้องฉ้อโกงได้หรือไม่

73 Views
🤡🎁 การที่จำเลยหลอกลวงสั่งซื้อสินค้าโดยออกเช็คชำระค่าสินค้า ทั้งที่มีเจตนาไม่ใช้เงินตามเช็คตั้งแต่ต้น หากจำเลยเคยถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาก่อนแล้ว โจทก์จะยังสามารถนำคดีอาญามาฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงได้อีกหรือไม่ แอดมินมีคำตอบครับ 😎
.
🔍 จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ประเด็นสำคัญที่ศาลจะต้องวินิจฉัย คือ
(1) การออกเช็คโดยมีเจตนาไม่ใช้เงินตามเช็คตั้งแต่ต้น เป็นเพียงความผิดตามกฎหมายเช็ค หรือเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานฉ้อโกง 🧩 และ
(2) เมื่อจำเลยเคยถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษตามกฎหมายเช็คแล้ว โจทก์ยังมีสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงได้หรือไม่ 🎭
.
📌 เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดี จะเห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยในคดีนี้มิใช่เพียงการผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาธรรมดา หากแต่เป็นการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นขั้นตอน โดยใช้วิธีการออกเช็คแทนเงินสด เป็นกลอุบายในการหลอกลวงให้โจทก์ส่งมอบสินค้า ทั้งที่มีเจตนาไม่ชำระเงินตามเช็คตั้งแต่ต้น การออกเช็คในลักษณะดังกล่าวจึงเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในกระบวนการหลอกลวง และเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา ✅
.
⚠️ อย่างไรก็ดี การกระทำดังกล่าวถือเป็นกรรมเดียวที่อาจเข้าองค์ประกอบความผิดได้หลายบทกฎหมาย ทั้งความผิดฐานฉ้อโกง และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 เมื่อโจทก์ได้เคยนำคดีฟ้องจำเลยในความผิดตามกฎหมายเช็ค และศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำเลยไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) ซึ่งบัญญัติห้ามมิให้ฟ้องคดีอาญาซ้ำในความผิดอันเป็นกรรมเดียวกัน ❌😲
.
🚫 หลักการดังกล่าวสอดคล้องกับหลัก “ห้ามฟ้องซ้ำ” (Ne bis in idem หรือ Double Jeopardy) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อคุ้มครองสิทธิของจำเลยมิให้ถูกดำเนินคดีซ้ำซ้อนจากการกระทำเดียวกัน แม้การกระทำนั้นจะสามารถเข้าองค์ประกอบความผิดได้หลายบทกฎหมายก็ตาม 🛡️
.
⚖️ (ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4147/2562) 👨🏻‍⚖️👩‍⚖️🧑🏻‍⚖️
การที่จำเลยกับพวกร่วมกันหลอกลวงสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ร่วมและออกเช็คให้นั้น เป็นการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนตามแผนการที่วางไว้ตั้งแต่ต้น โดยการหลอกลวงให้โจทก์ร่วมส่งสินค้าให้จำนวนมากโดยอาศัยวิธีการออกเช็คชำระค่าสินค้าแทนเงินสด โดยเจตนาที่จะไม่ใช้เงินตามเช็คเป็นส่วนหนึ่งของการหลอกลวง และการออกเช็คโดยมีเจตนาไม่ใช้เงินตามเช็คจึงเป็นการกระทำอันเป็นส่วนหนึ่งของการหลอกลวงอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงโดยต่างมีเจตนาเดียวกันคือ เจตนาหลอกลวงให้โจทก์ร่วมส่งสินค้าให้จำเลยกับพวกโดยไม่มีเจตนาชำระราคาสินค้า การกระทำของจำเลยตามฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวกันกับความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 เมื่อโจทก์เคยดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค และศาลแขวงธนบุรีพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้องย่อมระงับไปแล้วตาม ป.วิ.อ.มาตรา 39(4)
.
https://www.youtube.com/watch?v=1_339OwFYSI
.
📚 อ่านบทความย้อนหลังเพิ่มเติมได้ที่
• เว็บไซต์: https://lombonlawoffice.com
• เพจ Facebook: เพจทนายคู่คิด-ปรึกษาปัญหากฎหมาย

บทความอื่นๆ