???? วิเคราะห์ปมร้อน: การนำเทคโนโลยีบาร์โค้ดมาใช้บนบัตรเลือกตั้ง ⚖️

12 Views
📦 บาร์โค้ด (Barcode) คือรหัสแท่งเส้นดำ–ขาวที่ใช้แทนข้อมูล เพื่อให้เครื่องอ่านด้วยแสงประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยลดความผิดพลาดจากมนุษย์ ใช้เพื่อระบุตัวตนวัตถุ (Identification), ติดตามเส้นทาง (Tracking) และรักษาความถูกต้องของข้อมูล (Data Integrity) จึงอาจเปรียบได้ว่าบาร์โค้ดเป็น “บัตรประจำตัวของสิ่งของ” 🆔
.
📃 แต่เมื่อเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อ “ระบุตัวตน” ถูกนำมาใช้กับ “บัตรเลือกตั้ง” คำถามทางกฎหมายจึงเกิดขึ้นทันที 🚨
.
🗳️ หากมีการนำบาร์โค้ดมาใช้บนบัตรเลือกตั้งในลักษณะที่สามารถสืบย้อนกลับถึงตัวบุคคลผู้ใช้สิทธิได้ ไม่ว่าจะโดยการเชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรที่มีชื่อหรือลายมือชื่อของผู้ลงคะแนน หรือผ่านฐานข้อมูลใด ๆ ก็ตาม ย่อมกระทบหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งโดยตรง 💾
.
📚 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 85 การเลือกตั้งต้องเป็นการออกเสียง “โดยตรงและลับ” ซึ่งคำว่า “ลับ” มิได้หมายถึงเพียงไม่มีใครแอบดูในคูหา แต่หมายถึงโครงสร้างของระบบทั้งหมดต้องถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการระบุตัวตนโดยเด็ดขาด 🔒
.
หากระบบถูกออกแบบให้ “มีศักยภาพ” ในการตรวจสอบย้อนกลับได้ แม้ยังไม่ถูกนำมาใช้จริง ก็อาจถือว่าขัดต่อหลักการตามรัฐธรรมนูญแล้ว❌
.
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 96
ซึ่งห้ามมิให้มีเครื่องหมายใดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจใช้สังเกตหรือระบุตัวผู้ใช้สิทธิได้ ดังนั้น หากบาร์โค้ดมีความสามารถเชื่อมโยงรายบุคคล ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ย่อมเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างเข้มงวด ⚠️
.
นอกจากนี้ ยังเกี่ยวพันกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อีกด้วย เนื่องจากข้อมูลว่าบุคคลใดลงคะแนนให้ใคร ถือเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความเห็นทางการเมือง ซึ่งเข้าข่ายข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) การออกแบบระบบที่สามารถเก็บหรือเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับ อาจขัดต่อหลักความจำเป็น (Necessity), ความได้สัดส่วน (Proportionality) และการจำกัดวัตถุประสงค์ (Purpose Limitation) 🔐
.
และในบริบทที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้งต้อง “ลับ” ย่อมยากที่จะอธิบายว่ามีความจำเป็นใดในการสร้างระบบที่รู้ว่าใครเลือกใคร 🤔
.
📌 กรณีนี้จึงต้องแยกวิเคราะห์เป็น 2 ระดับ คือ
1️⃣ หากบาร์โค้ดใช้เพียงเพื่อการควบคุมระบบภายใน เช่น ป้องกันบัตรปลอม หรือบริหารจัดการทางเทคนิค โดยไม่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้ ก็อาจอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยได้ 🛡️
2️⃣ แต่หากสามารถสืบย้อนถึงผู้ใช้สิทธิได้ กรณีนี้ย่อมทำให้การลงคะแนนไม่เป็นการออกเสียงลับในหลักการ และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญทันที 🚫
.
🚨 ผลในทางกฎหมายดังกล่าวจึงอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้การเลือกตั้ง ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือเป็นโมฆะได้ 🧨
.
⚔️ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทราบถึงความเสี่ยงหรือข้อบกพร่องสำคัญในกระบวนการแล้ว แต่ยังมีการอนุมัติหรือดำเนินการต่อไป ทั้งที่เล็งเห็นผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ อาจถูกพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในกรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต นอกจากนี้ ยังอาจอยู่ภายใต้การไต่สวนและตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งหากมีมูลความผิด อาจมีโทษทางอาญา ได้แก่ จำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ และในบางกรณีอาจมีผลกระทบต่อสิทธิทางการเมืองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 🔗
.
ส่วนในทางแพ่ง หากการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เช่น กรณีการเลือกตั้งถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะและก่อให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน ผู้กระทำอาจต้องรับผิดในทางละเมิดตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ยังอาจมีความรับผิดทางวินัยและจริยธรรมควบคู่กันไป ตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับกับตำแหน่งดังกล่าว 🧭
.
👨🏻‍💼 ในกรณีเช่นนี้ หากปรากฏว่าการออกแบบหรือการดำเนินการใด ๆ อาจกระทบต่อหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับ ย่อมมีผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง, ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือ พรรคการเมือง ซึ่งต่างมีสถานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย บุคคลหรือองค์กรดังกล่าวสามารถใช้กลไกตามกฎหมายเพื่อขอให้มีการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้ เช่น การยื่นคำร้องหรือคำคัดค้านต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง, การเสนอประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และการดำเนินกระบวนการทางอาญาหากพฤติการณ์เข้าข่ายความผิด 🔎
.
🧠 สาระสำคัญของกรณีนี้จึงมิได้อยู่เพียงที่การนำเทคโนโลยีมาใช้ หากแต่อยู่ที่การออกแบบระบบว่าจะสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยเพียงใด✨
.
🎥 https://www.youtube.com/watch?v=1JahVl4m8K0
.
📚 อ่านบทความย้อนหลังเพิ่มเติมได้ที่
• เว็บไซต์: https://lombonlawoffice.com 🌐
• เพจ Facebook: เพจทนายคู่คิด-ปรึกษาปัญหากฎหมาย 📘

บทความอื่นๆ